บทที่ 2 สิ่งสำคัญที่สุดก่อนการฝึกเล่นเครื่องมือ
ก่อนเริ่มการฝึกฝนเครื่องดนตรีใดๆก็ตาม ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เสียก่อนว่า อะไรที่กระทำต่อเครื่อง ดนตรี หรืออะไรที่เล่นเครื่องดนตรีนั้น คำตอบก็คือตัวเราเอง เพราะแท้ที่จริงแล้วเครื่องดนตรีไม่สามารถ ดังเอง บรรเลงเองได้โดยปราศจากผู้เล่น การฝึกกีตาร์คลาสสิคนั้น ก็คือการฝึกตัวของเราเองให้พร้อมที่ จะเล่นเครื่องมือ นั่นคือต้องรับรู้ความเป็นธรรมชาติของร่างกายก่อนที่จะเล่น ความเป็นธรรมชาติของร่างกาย นั้นไม่ได้มาจากที่ใดทั้งสิ้น แต่มาจากตัวของเราเองเป็นผู้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง การวางมือ ฯลฯ ซึ่งเราจะรับ รู้ความเป็นธรรมชาติหรือไม่เป็นธรรมชาติได้ด้วยความรู้สึก เช่น เกร็ง หรือ ไม่เกร็ง ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของ ร่างกาย เมื่อเราเข้าใจถึงคำว่า เป็นธรรมชาติอย่างดีแล้ว ก็ย่อมจะเข้าใจทันทีว่า อะไรถูก อะไรผิด สรีระร่างกาย ของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกันดังนั้นขอให้รำลึกไว้ให้ดีว่า ร่างกายของเราต้องหาธรรมชาติของร่างกายของเรา อย่าฝึกฝนด้วยการจำจากแบบหรือทำให้เหมือนแบบ แต่ให้ฝึกฝนด้วยความเข้าใจ
ลักษณะการนั่ง และการวางกีตาร์คลาสสิค
การนั่ง และการวางกีตาร์คลาสสิคนี้สำคัญมาก เพราะเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นที่จะเล่น หรือบรรเลงบทเพลงต่างๆ ดังนั้น การนั่งและการวางกีตาร์ จึงต้องกระทำให้เป็นธรรมชาติ คือให้รู้สึกสบายๆ ไม่มีอาการเกร็งของกล้าม เนื้อ ไม่ว่าจะที่ส่วนใดของร่างกาย เพราะว่าดนตรีนั้นมิใช่เล่นออกมาเป็นแค่เสียงต่อๆกันไปเท่านั้น ดนตรีต้อง มีความรู้สึก มีความไพเราะ หวานซึ้ง เศร้า หรือสนุกสนานร่าเริง ฯลฯ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ ต้องอาศัยอวัยวะ ของ ร่างกาย เล่นออกมาให้เป็นเสียง หรือทำนองเพื่อแสดงอารมณ์ต่างๆ สำหรับกีตาร์คลาสสิค ก็ต้องอาศัยนิ้ว มือขวา และนิ้วมือซ้ายนั้น เอง ดังนั้น อาการของร่างกาย ที่เป็นธรรมชาติ หรือเริ่มต้นด้วยความสบาย ไม่เกร็ง แล้ว อำนาจการสั่งงานของสมองและนิ้วมือต่างๆก็สัมพันธ์กันมากขึ้นหรือง่ายขึ้น และเมื่อสมองและมือผ่านถึง กันได้โดยสะดวกแล้วนั้น การฝึกฝนต่างๆก็ง่ายขึ้นด้วย เปรียบเสมือนทางที่ราบเรียบนั้น จะไปไหนมาไหนก็ สะดวกสบาย ซึ่งถ้าเข้าใจให้ถ่องแท้แล้ว จะพบว่าการเริ่มต้นอย่างเป็นธรรมชาตินั้น คือกำเนิด ของสิ่งที่ว่ายาก ทั้งหลายในดนตรี ไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว การต่อเนื่องของท่วงทำนอง ความดังเบาของเสียง ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ความละเอียดละออในการฝึก อีกทั้งต้องมีเวลาฝึกฝนอย่างเพียงพอ อย่าให้มากเกินไป อย่าให้น้อยเกินไป คอย ดูแลเอาใจใส่ให้เกิดความชำนาญ ให้เกิดความพร้อม และความแข็งแรงขึ้นของกล้ามเนื้อ เพื่อตอบสนองการ สั่งงานของสมองได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่

การฝึกฝนที่ถูกต้องนั้น ทุกๆอย่างจะต้องถูกสร้างขึ้น หรือเพิ่มขึ้นในทางบวก ตรงข้ามกับการฝึกฝนที่ฝืนธรรมชาติ ทุกๆอย่างจะทำลายตัวมันเอง จะมีขีดจำกัดอยู่เพียงแค่ การบังคับ หรือ การเกร็งฝืน ให้เป็นไป และเมื่อต้อง การเล่นบทเพลงที่มีความเร็วมาก ก็ไม่สามารถเล่นได้ จนในที่สุดก็เบื่อ เกิดความท้อถอยในการฝึก จนเลิกเล่น ไปเลยก็มี
การนั่งสำหรับผู้ชาย และการวางกีตาร์
เก้าอี้สำหรับนั่งเล่นกีตาร์คลาสสิค ต้องเป็นเก้าอี้ที่มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่สปริง ไม่มีที่ท้าวแขน ตรงที่นั่งต้อง คงที่ ไม่ใช่หมุนไปมาได้ และขาเก้าอี้ด้านซ้าย จำต้องมีม้ารองขา ( Foot Stool ) วางให้ตรงแนวกันพอดี อย่า วางติดขาเก้าอี้ด้านซ้าย แต่ให้ห่างออกมาเล็กน้อย ม้ารองขานี้จะสูงประมาณ 6-8 นิ้ว หรืออาจมากกว่าตามความ เหมาะสม เก้าอี้สำหรับนั่งเล่นกีตาร์คลาสสิค ต้องเป็นเก้าอี้ที่มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่สปริง ไม่มีที่ท้าวแขน ตรงที่นั่งต้อง คงที่ ไม่ใช่หมุนไปมาได้ และขาเก้าอี้ด้านซ้าย จำต้องมีม้ารองขา ( Foot Stool ) วางให้ตรงแนวกันพอดี อย่า วางติดขาเก้าอี้ด้านซ้าย แต่ให้ห่างออกมาเล็กน้อย ม้ารองขานี้จะสูงประมาณ 6-8 นิ้ว หรืออาจมากกว่าตามความ เหมาะสม
ยกเท้าซ้ายขึ้นวางบนม้ารองขา ซึ่งจะสูงต่ำอย่างไร ขึ้นอยู่กับอัตราส่วน ของร่างกาย และอัตราส่วน ของเก้าอี้ด้วย การเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนนี้ อยู่เพียงการยกเท้าซ้าย ขึ้นวางบนม้ารองขา เท่านั้น อย่างอื่นยังคงเป็น ปรกติเหมือนเดิมทุกอย่าง ให้นำส่วนเว้า ตรงกลางตัวกีตาร์ วางลงบนท่อนขาซ้าย แยกขาขวาออกสบายๆ ให้ด้านล่างของตัวกีตาร์ เลื่อนลงไป โดยขาอ่อนด้านใน จะแตะกับขอบด้านหลัง ตัวกีตาร์
ทุกขั้นตอนต่างๆนั้น จำไว้ว่าต้องให้รู้สึกสบายๆ อยู่ตลอดเวลา อย่าให้มีการเกร็งกล้ามเนื้อ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง
การนั่งสำหรับผู้หญิง
การนั่งสำหรับผู้หญิงกับผู้ชายนั้น ไม่มีอะไรต่างกันเลย เหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่สำหรับผู้หญิงนั้น บางครั้ง ต้องใส่กระโปรง ซึ่งถ้าเป็นกระโปรงยาวคลุมข้อเท้าก็ไม่เป็นไร แต่หากเป็นกระโปรงที่อยู่ระดับแนวหัวเข่านั้น เวลานั่งจะประเจิดประเจ้อ ในกรณีนี้ ให้นำขาขวา หุบเข้ามาโดยเข่าขวาหุบขึ้นมายังขาซ้าย ส้นเท้าขวาจะยกขึ้น เล็กน้อย ท่อนล่างขวาของตัวกีตาร์ จะวางอยู่บนหน้าขาขวา
การวางมือขวา
ขั้นตอนต่อไปให้นำช่วงข้อพับ แขนขวา วางลงบนส่วนโค้งด้านล่างส่วนบนของตัวกีตาร์ โดยที่ไหล่ขวาอย่า ดึงเข้าหรือดึงออก แต่ให้สบายๆ ไหล่ทั้งสองข้างอยู่แนวระดับเดียวกัน ไม่สูงหรือต่ำกว่ากัน ปล่อยแขน ตกลงไปทั้งแขน สบายๆ อย่าให้รู้สึกยกข้อมือ หรือบิดข้อมือ ให้รู้สึกว่าทิ้งแขนลงไป ซึ่งแขนนี้รวมถึงมือด้วยให้ใช้ช่วงข้อพับที่แตะกับขอบกีตาร์ด้านล่างส่วนบน เป็นเสมือนจุดแหลมของวงเวียน โดยแตะไว้คงที่ ต่อจาก นั้นนำช่วงแขนขึ้นมา หรือยกช่วงแขนขึ้นมา โดยให้ทั้งแขนทั้งมือคงอยู่ในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ปล่อยข้อ มือขวาห้อยลงสบายๆ นิ้วหัวแม่มือ จะอยู่ข้างหน้านิ้วชี้เสมอ

ลักษณะการวางมือขวา และลักษณะของนิ้วมือขวานี้ ทั้งขณะเล่นอยู่กับการเตรียมเล่นนั้น ช่วงแขน ข้อมือ ตลอดจนนิ้วหัวแม่มือ ต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณะเลย ยกเว้นกรณีที่ต้องเล่นรูปแบบบางรูป ที่มือขวา ไม่สามารถอยู่ลักษณะเดิมได้ ซึ่งจะอธิบายเมื่อถึงขั้นตอนนั้นๆ ในภายหลัง